หน้าหลักเกี่ยวกับบริษัทกลยุทธ์ในการประกอบธุรกิจ
กลยุทธ์ในการประกอบธุรกิจ
วัตถุประสงค์ของบริษัทฯ คือ การเป็นผู้นำในห่วงโซ่มูลค่าของธุรกิจโพลีเอสเตอร์ในส่วนของปิโตรเคมีขั้นกลาง ทั้งในแง่ขนาด การรวมธุรกิจ และการมีผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่น รวมถึงการทำกำไร และการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน โดยบริษัทฯมุ่งสร้างมูลค่าระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้น

อินโดรามา เวนเจอร์ส เป็นผู้ผลิตปิโตรเคมีขั้นกลางรายหลัก โดยเป็นหนึ่งในผู้ผลิตโพลีเอสเตอร์ที่มีการรวมธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯรองรับความต้องการของผู้บริโภคระดับโลก อาทิ อาหาร เครื่องดื่ม ของใช้ส่วนตัว ของใช้ประจำครัวเรือน สุขอนามัย ยานยนต์ เครื่องนุ่งห่ม และอุตสาหกรรม  ด้วยพนักงานกว่า 14,000 คน ที่ศูนย์ปฏิบัติการจำนวน 66 แห่ง ใน 21 ประเทศ 4 ทวีป ที่บริษัทฯดำเนินงานอยู่ บริษัทฯสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้เกือบทุกภูมิภาคทั่วโลก

เป็นที่คาดการณ์ว่าประชากรโลกจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 8,400 ล้านคน ในปี 2573 ซึ่งอัตราการเติบโตดังกล่าวนับเป็นความท้าทายระดับโลก อย่างไรก็ดี บริษัทฯเห็นว่า จำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างมากจะเป็นโอกาสที่จะมีความต้องการจากสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ  ที่เพิ่มขึ้น  นอกจากนี้ การพัฒนาทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้การคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ มีความสำคัญในอุตสาหกรรมเคมี เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนโดยสร้างสมดุลระหว่างสิ่งแวดล้อม ทรัพยากร สภาวะอากาศ อาหารและโภชนาการ และคุณภาพชีวิต  อนึ่ง  โพลีเอสเตอร์ คือ ธุรกิจแห่งอนาคต เนื่องจากเป็นโพลีเมอร์ที่มีอัตราเติบโตเร็วที่สุดที่ร้อยละ 6.5 ต่อปี

หลักการเชิงกลยุทธ์

กลยุทธ์ของเราได้ถูกกำหนดขึ้นเพื่อช่วยให้เราบรรลุวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้
  • การเติบโตและการลงทุนในธุรกิจหลัก
  • รูปแบบการรวมตัวของธุรกิจ
  • การกระจายความเสี่ยงด้านภูมิศาสตร์
  • การกระจายความเสี่ยงด้านผลิตภัณฑ์
  • ความยั่งยืน และ
  • ความเป็นเลิศในการผลิต

การเติบโตและการลงทุนในธุรกิจหลัก

กลยุทธ์ด้านการลงทุนและการเติบโตของบริษัทฯ คือการสร้างและส่งเสริมสถานะความเป็นผู้นำทางการตลาดในปัจจุบันของบริษัทฯ ในแต่ละภูมิภาคที่บริษัทฯประกอบธุรกิจและการขยายที่ตั้งของบริษัทฯ ในเชิงภูมิศาสตร์ผ่านการเติบโตของบริษัทฯ (Organic Growth) และการเข้าซื้อกิจการอื่นในลักษณะที่เป็นการเพิ่มมูลค่า

ที่ผ่านมา บริษัทฯประสบความสำเร็จในการใช้กลยุทธ์ดังกล่าวมาโดยตลอด โดยการเข้าลงทุนในบริษัทใหม่ (Greenfield Investment) และการขยายกิจการที่มีอยู่แล้วให้ใหญ่ขึ้น (Brownfield Expansion) รวมถึงการเข้าซื้อกิจการที่น่าสนใจ

การเข้าซื้อกิจการเป็นปัจจัยหลักในการช่วยให้เราบรรลุเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ อินโดรามา เวนเจอร์สมีการกำหนดเกณฑ์ในเชิงยุทธศาสตร์และเชิงการเงินสำหรับการเข้าซื้อกิจการ เพื่อใช้ในการประเมินโอกาสในการเข้าซื้อกิจการ ที่ผ่านมาเราประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในการเข้าซื้อกิจการและควบรวมกิจการเข้ากับองค์กรของเรา

รูปแบบการรวมตัวของธุรกิจในแนวตั้ง

บริษัทฯคาดว่าจะเกิดการรวมตัวในแนวตั้งไม่ว่าจะเป็นการควบรวมกิจการที่บริษัทฯเป็นเจ้าของ การตั้งโรงงานในสถานที่เดียวกับโรงงานที่บริษัทฯเป็นเจ้าของ หรือการควบรวมแบบเสมือนกับการตั้งโรงงานติดกับโรงงานของผู้จัดหาวัตถุดิบหลักเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพด้านการขนส่งและการดำเนินงาน ความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนวัตถุดิบ และเพื่อเป็นประกันในการจัดหาวัตถุดิบได้อย่างเพียงพอ ทั้งนี้ การควบรวมกิจการที่บริษัทฯ เป็นเจ้าของเข้าด้วยกัน ยังเป็นการช่วยส่งเสริมความสามารถของบริษัทฯ เพื่อลดการพึ่งพาการจัดหาวัตถุดิบที่อาจมีความเปลี่ยนแปลงและไม่แน่นอน (Sector Cyclicality) และช่วยปรับปรุงให้มีกระแสรายรับที่มีคุณภาพอย่างเห็นได้ชัดและที่คาดการณ์ได้แม่นยำขึ้น กลยุทธ์ขั้นต่อไปของบริษัทฯจะมุ่งเน้นที่วัตถุดิบอย่างเอทิลีนและพาราไซลีนเพื่อให้สอดคล้องกับกำลังการผลิตโพลีเอสเตอร์ของบริษัทฯซึ่งเป็นอุตสาหกรรมปลายน้ำและกำลังการผลิตFeedstock (PTA และ MEG)

การกระจายความเสี่ยงด้านภูมิศาสตร์

การสร้างกลุ่มลูกค้าของบริษัทฯให้มีความหลากหลายยิ่งขึ้น ทั้งในแง่ทำเลที่ตั้งทางภูมิศาสตร์และลักษณะการใช้งานผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย (ในบางกลุ่มธุรกิจ) นับเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในห่วงโซ่มูลค่าโพลี เอสเตอร์ บริษัทฯมีแผนที่จะยกระดับความพยายามในการทำการตลาดของบริษัทฯเพื่อกระจายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

การกระจายความเสี่ยงด้านผลิตภัณฑ์

ในฐานะผู้นำในธุรกิจโพลีเอสเตอร์แบบครบวงจร เรามุ่งที่จะพัฒนาความสามารถในการคิดค้นและวิจัย ไม่ว่าจะโดยหน่วยงานของเราเองหรือโดยความสัมพันธ์ที่เรามีกับผู้ผลิตรายอื่นในอุตสาหกรรม  เราทำงานร่วมกับลูกค้าของเราอย่างใกล้ชิดในการให้ความคิดเชิงสร้างสรรค์ ความเชี่ยวชาญ และหาทางตอบสนองความต้องการของลูกค้า ด้วยเป้าหมายของเราในการที่จะสร้างความโดดเด่น เราได้ขยายผลิตภัณฑ์ของเราในส่วนสินค้าที่ไม่ใช่สินค้าโภคภัณฑ์ (non-commodity) หรือสินค้าที่เพิ่มมูลค่า

ความยั่งยืน

บริษัทฯเชื่อว่าการเพิ่มความสามารถของบริษัทฯในการใช้วัสดุที่ผ่านกระบวนการรีไซเคิลแล้วและการผสานวัสดุที่ผ่านกระบวนการรีไซเคิลแล้วเข้ากับกระบวนการตามมาตรฐานของบริษัทฯจะช่วยให้บริษัทฯสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไปได้ และยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับประเด็นที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย  นอกจากนี้ บริษัทฯยังมีการส่งเสริมนวัตกรรมด้านความยั่งยืนผ่านหลักการเรื่องความยั่งยืน 7 หัวข้อ (ได้แก่ การลดขยะ การลดการใช้ทรัพยากร พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) การรีไซเคิล การพัฒนาบุคลากร การมีส่วนร่วมของผู้ที่เกี่ยวข้อง และการพัฒนาชุมชน) มาอย่างต่อเนื่อง

ความเป็นเลิศในการดำเนินงาน

การดำรงไว้ซึ่งปรัชญาต้นทุนการผลิตที่ต่ำ โดยการให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องในความมีประสิทธิภาพของต้นทุนการผลิต ขนาดและเทคโนโลยี วัตถุดิบและการลงทุน จะช่วยให้บริษัทฯสามารถรักษาสถานะของต้นทุนการผลิตของอุตสาหกรรมในอนาคตได้ ทั้งนี้ ในการประกอบธุรกิจสินค้าโภคภัณฑ์ที่เน้นปริมาณเป็นสำคัญ เช่น เม็ดพลาสติก PET,  PTA, และเส้นใยโพลีเอสเตอร์ที่ใช้สำหรับสินค้าโภคภัณฑ์นั้น ความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนการผลิต คือ กลไกสำคัญที่จะแบ่งแยกผู้นำในอุตสาหกรรมออกจากผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น

ทั้งนี้ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับความเป็นเลิศในการผลิตเพื่อให้เกิดพลังร่วม (synergy) และเพื่อส่งเสริมให้เกิดการถ่ายโอนแนวปฏิบัติที่ดีในกลุ่มของบริษัทฯที่กระจายอยู่ทั่วโลก โดยประเด็นที่บริษัทฯให้ความสำคัญ ได้แก่ การเปรียบเทียบต้นทุนแปรสภาพต่อหน่วย (Benchmarking Conversion Cost), การบริหารทรัพยากรบุคคลให้เกิดประโยชน์สูงสุด, การลดปริมาณของเสียและนำกลับมาใช้ใหม่ และการเน้นสภาพแวดล้อมการทำงานที่สะอาดและปลอดภัย

ความรอบคอบทางการเงิน

บริษัทฯมีความมุ่งมั่นที่จะมุ่งเน้นความมีวินัยทางการเงินและการตัดสินใจลงทุนที่รอบคอบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทฯ ประเมินความเป็นไปได้ของแต่ละโครงการบนพื้นฐานของความสามารถในการทำกำไรและความมีประสิทธิภาพได้ด้วยตนเอง นอกเหนือจากความเป็นไปได้ที่โครงการลงทุนจะสามารถสนับสนุนการทำงานร่วมกันขององค์กรทั้งหมดโดยรวมแล้ว นอกจากนี้ บริษัทฯ มีความพยายามอย่างยิ่งที่จะดำรงไว้ซึ่งโครงสร้างเงินทุนที่มีประสิทธิภาพไปพร้อมๆ กับการเติบโตของบริษัทฯ เพื่อให้บริษัทฯมีความยืดหยุ่นในการดำเนินงานอย่างเพียงพอและมีสภาพคล่องที่เพียงพอ อนึ่ง บริษัทฯมีความตั้งใจที่จะให้โครงการแต่ละโครงการมีการจัดหาเงินทุนสำหรับโครงการนั้นๆด้วยตนเอง และจะรักษาหนี้สินไว้ในระดับที่กระแสเงินสดจากแต่ละโครงการจะยังสามารถชำระหนี้สินได้แม้ในช่วงตกต่ำของภาวะอุตสาหกรรม