หน้าหลักเกี่ยวกับบริษัทคุยกับกรุ๊ปซีอีโอ
คุยกับกรุ๊ปซีอีโอ
ปี 2558 นับเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงสำหรับบริษัทของท่าน อุตสาหกรรมของเราได้เผชิญหน้ากับความท้าทายและเราได้พิสูจน์แล้วว่า ธุรกิจของเราสามารถก้าวข้ามผ่านสภาวะวิกฤตนี้ได้สำหรับไอวีแอล ช่วงเวลาแปรปรวนดังกล่าวถือเป็นโอกาสสำหรับเราที่จะมุ่งรักษาการดำเนินธุรกิจและเดินหน้าเพื่อส่งมอบการลงทุนที่แตกต่างและน่าสนใจ จากความได้เปรียบในด้านขนาด ความเป็นเจ้าของเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรม ส่งผลให้เรามีความแตกต่างและเป็นคู่ค้าที่ลูกค้าให้ความไว้วางใจ ปัจจุบันเราเป็นบริษัทไทยระดับโลก เรามีการดำเนินธุรกิจใน 20 ประเทศทั่วโลก อย่างที่ทุกท่านทราบดีว่า เราเป็นผู้ผลิต PET รายใหญ่ที่สุดในโลก มีส่วนแบ่งการตลาดประมาณร้อยละ 33 ในยุโรปและอเมริกาเหนือ รวมทั้งเป็นบริษัทที่มีการบูรณาการในแนวดิ่งมากที่สุดในอุตสาหกรรมของเรา นอกจากนี้เรายังมีความภาคภูมิใจว่า ขวดพลาสติกทุกๆ 1 ใน 6 ขวดผลิตจากโพลีเมอร์ของไอวีแอล และกว่าครึ่งหนึ่งของผ้าอ้อมสำเร็จรูปเกรดพรีเมี่ยมที่ผลิตทั่วโลกนั้น ใช้ผลิตภัณฑ์เส้นใยของเรารวมถึง 1 ใน 4 ของถุงลมนิรภัยผลิตจากเส้นด้ายของเรา

ทางด้านการเงิน ผมยินดีที่จะรายงานให้ทุกท่านทราบว่า บริษัทของท่านมีการดำเนินงานเป็นไปตามแผนสอดคล้องกับเป้าหมายการเพิ่ม EBITDA margins เป็นตัวเลขสองหลักและกำไรหลักก่อนหักดอกเบี้ย ภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (core EBITDA) เติบโตเป็น 2 เท่าภายในปี 2561 เปรียบเทียบกับตัวเลข 600 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2557 ในขณะเดียวกันเราต้องการให้กำไรจากการดำเนินงานตามปกติต่อหุ้น (core EPS) เติบโตเป็น 4 เท่า ภายในปี 2561 เมื่อเทียบกับปี 2557

การเข้าซื้อกิจการที่เกิดขึ้นจะเป็นปัจจัยหลักในการเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องสำหรับเรา เราสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างชัดเจนและเพิ่มผลิตภัณฑ์ใน 3 กลุ่มหลักที่สำคัญ ได้แก่ PET วัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม (HVA) ที่มีการเชื่อมโยงและเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน เพื่อส่งมอบมูลค่าเพิ่มให้แก่ลูกค้าและผู้ถือหุ้นของเรา

การเข้าซื้อกิจการที่ได้ลงนามไปนั้นสร้างจุดเปลี่ยนในอุตสาหกรรม บริษัท Polyplex PET ในประเทศตุรกี นับเป็นการรวมกลุ่มธุรกิจ PET ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของเราในตลาดเกิดใหม่ ช่วยขยายการให้บริการของเรา ครอบคลุมทั้งในภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลางและแอฟริกา ในขณะที่การเข้าซื้อบริษัท CEPSA ในประเทศสเปนนั้น หากเสร็จสิ้นจะส่งผลให้ไอวีแอลมีการดำเนินธุรกิจครอบคลุมทั้งภูมิภาค รวมทั้งไม่ต้องพึ่งพาวัตถุดิบจากภายนอก บริษัท CEPSA Spain ยังนำมาซึ่งโอกาสในการเข้าสู่ตลาดวัตถุดิบที่มีมูลค่าเพิ่มสำหรับเรา นั่นคือ IPA ซึ่งเราเป็นผู้ผลิตวัตถุดิบนี้เพียงรายเดียวในภูมิภาค ในประเทศไทยเราเข้าซื้อกิจการบริษัท บางกอก โพลีเอสเตอร์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรวมธุรกิจ PET ของเราและส่งเสริมการบูรณาการภายในห่วงโซ่อุปทานด้วยการใช้ PTA ที่ผลิตภายในบริษัท การเข้าซื้อกิจการบริษัท Performance Fibers ในประเทศจีน สร้างโอกาสให้กับเราในการเป็นเจ้าของแบรนด์โพลีเอสเตอร์สำหรับยางในรถยนต์ชนิดพรีเมี่ยม ซึ่งเป็นตลาดที่มีการเติบโตสูงสุดในอุตสาหกรรมยานยนต์และมีชื่อเสียงยาวนานกว่าทศวรรษ เอื้อให้เกิดประโยชน์ต่อห่วงโซ่อุปทานด้วยการใช้ PET โพลิเมอร์ที่ผลิตจากโรงงาน GIVL ของเราในประเทศจีน เพื่อการบริโภคภายใน นอกจากนี้เรายังเตรียมตัวเพื่อใช้ประโยชน์จากการค้นพบก๊าซธรรมชาติจากชั้นหินดินดาน (Shale Gas) ด้วยการเข้าซื้อโรงงานเอทิลีนแครกเกอร์ ในรัฐหลุยส์เซียน่า สหรัฐอเมริกา ส่งผลให้เราไม่ต้องพึ่งพาวัตถุดิบจากภายนอกและได้รับประโยชน์จากการค้นพบ Shale Gas ในปี 2560 หลังจากที่โรงงานดังกล่าวเริ่มการผลิตจะทำให้ไอวีแอลเป็นผู้ผลิตเพียงไม่กี่รายที่มีการบูรณาการจากปิโตรเคมีในสายอะโรมาติกส์และสายโอเลฟินส์ไปยังธุรกิจปลายน้ำที่มีมูลค่าเพิ่ม

ในระยะเวลาอันใกล้ ในขณะที่กำลังเขียนสารฉบับนี้ เราตกลงเข้าซื้อกิจการบริษัทเคมีของบริษัท BP ในรัฐอลาบามา สหรัฐอเมริกา ซึ่งจะทำให้เราไม่ต้องพึ่งพาวัตถุดิบจากภายนอก เนื่องจากมีการบูรณาการไปยังพาราไซลีนและผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มที่มีการเติบโตในสหรัฐอเมริกาอย่างสาร NDC ซึ่งโรงงานแห่งนี้เป็นเพียงโรงงานเดียวในโลกที่ผลิตสาร NDC ในเชิงพาณิชย์ นอกจากนี้โรงงานดังกล่าวยังตั้งอยู่ติดกับโรงงานปัจจุบันของเราในดิเคเทอร์ การบูรณาการเข้ากับโรงงาน BP ผนวกกับการเข้าซื้อกิจการ PTA ของบริษัท CEPSA ในประเทศแคนาดาในปีที่ผ่านมา จะส่งผลให้เราเป็นผู้ผลิตที่มีการบูรณาการภายในห่วงโซ่อุปทานที่เป็นเอกลักษณ์ในอเมริกาเหนือ

ในปีที่ผ่านมายังนับเป็นปีที่โดดเด่นสำหรับเรา เรามีการขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดอินเดียด้วยการเข้าซื้อกิจการบริษัท MicroPet นับเป็นอีกก้าวที่สำคัญในการขยายธุรกิจหลักไปยังตลาดที่มีการเติบโตที่รวดเร็วที่สุดในภูมิภาคและมีจำนวนประชากรใหญ่เป็นอันดับสอง รองจากประเทศจีน และเรายังโชคดีที่สามารถเจรจากับบริษัทร่วมทุน บริษัท Dhunseri Petrochemicals เมื่อต้นปี 2559 เพื่อเพิ่มสัดส่วนของทั้ง 2 บริษัทในตลาดอินเดีย ส่งผลให้มีสัดส่วนการถือครองตลาดร่วมกัน คิดเป็นร้อยละ 38 ของตลาดโดยรวม

ปี 2558 นับเป็นปีที่พิเศษสำหรับโอกาสในการส่งมอบมูลค่าในระยะยาวที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้น จากการเข้าซื้อกิจการ 8 แห่งที่ได้ประกาศไปแล้ว จะทำให้เราสร้างผู้นำในตลาดโลก มีความได้เปรียบด้านต้นทุน และส่งเสริมธุรกิจหลักทั้ง 3 กลุ่มของเราให้มีความแข็งแกร่งและเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม

ในการกำหนดกลยุทธ์สำหรับอนาคต เรามีการติดตามแนวโน้มกระแสโลก megatrends อย่างใกล้ชิด ซึ่งจะช่วยเพิ่มยอดขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์และเส้นใย ภายในปี 2593 คาดว่าจะมีจำนวนประชากร 9 พันล้านคน และในจำนวนนี้มี 3 พันล้านคนเป็นชนชั้นกลาง และร้อยละ 60 จะโยกย้ายเข้ามาอยู่ในเมือง ส่งผลให้โลกต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าเพื่อที่จะใช้ชีวิตอยู่เป็นปกติ เมื่อคนในสังคมมีการเปลี่ยนแนวทางการดำรงชีวิต นั่นหมายถึง การเติบโตของบรรจุภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลตนเอง ชิ้นส่วนรถยนต์ เวชภัณฑ์ และเส้นใยเพื่อสุขอนามัย ผลิตภัณฑ์สำหรับอุตสาหกรรมและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ความต้องการในผลิตภัณฑ์โภคภัณฑ์ (necessities) จะเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มของปริมาณความต้องการอาหารและเครื่องดื่มที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่สะดวกสำหรับผู้บริโภค ที่ปัจจุบันเน้นการบริโภคในรูปแบบการใช้ชีวิตนอกบ้าน

เพื่อตอบสนองต่อแนวโน้มการเติบโตดังกล่าว เราจึงต้องเพิ่มปริมาณการผลิตผลิตภัณฑ์โภคภัณฑ์ (necessities) และตั้งเป้าเติบโตกำลังการผลิตจาก 9.2 ล้านตันในปี 2558 เป็น 11.8 ล้านตันในปี 2561 จากการปรับปรุงการใช้กำลังการผลิต ส่งผลให้มีการผลิตจริงเพิ่มขึ้นจาก 7 ล้านตันเป็น 11 ล้านตัน เรากำลังมองถึงตัวเลข EBITDA margin ที่จะเพิ่มขึ้นเป็นสองหลักภายในปี 2561 โดยมีสาเหตุหลักจากกำไรจากผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม ปริมาณการผลิตและการบูรณาการจากการเข้าซื้อกิจการเชิงกลยุทธ์ในช่วงปีที่ผ่านมา เราตั้งเป้าอัตราส่วนผลตอบแทนต่อเงินทุนของบริษัทสูงกว่าร้อยละ 15 จากการเพิ่มมูลค่า และการมีวินัยในการใช้รายจ่ายฝ่ายทุน ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถให้ผลตอบแทนที่ดีแก่ผู้ถือหุ้นตามแผนที่วางไว้ ซึ่งคาดว่า core EPS จะมีการเติบโตราว 4 เท่าในช่วงปี 2558-2561 กลยุทธ์การสร้างความแตกต่าง ทำให้เรามีการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม ช่วยป้องกันการเข้าสู่ตลาดของผู้ผลิตรายอื่นๆ และยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีกำไรสูง มีสัญญาระยะยาว สร้างคุณค่าให้แก่ลูกค้า มีกรรมสิทธิ์ด้านเทคโนโลยีและมีองค์ความรู้ของตัวเอง

สิ่งเหล่านี้ คือ ความแตกต่างของไอวีแอล เราเป็นผู้ผลิตเพียงรายเดียวที่มีธุรกิจรีไซเคิลขนาดใหญ่และเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การเติบโต รวมทั้งเป็นผู้นำในตลาดพรีเมี่ยมในยุโรป เราเป็นผู้ผลิตเม็ดพลาสติก PET รีไซเคิล (rPET resin) ชั้นนำ โดยใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบ in-melt เราตระหนักดีถึงความจำเป็นในการลดการเกิดก๊าซคาร์บอนในกระบวนการผลิต ตั้งแต่การปล่อยก๊าซคาร์บอนของผู้จัดจำหน่ายต้นน้ำหรือลูกค้าปลายน้ำ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักในการสนับสนุนเส้นใยเส้นด้ายโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล เราทราบดีว่า โพลีเอสเตอร์มีความได้เปรียบกว่าวัสดุชนิดอื่นตรงที่ความสามารถในการรีไซเคิลและคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ แรงผลักดันจากระบบเศรษฐกิจวงรอบ (Circular Economy) ช่วยสร้างการเติบโตของระบบสาธารณูปโภค ก่อให้เกิดการจ้างงานทั้งในฝั่งตะวันตกและในตลาดที่กำลังพัฒนา และการผลิตวัตถุดิบที่มาจากวัสดุรีไซเคิล การรีไซเคิลโพลีเอสเตอร์ ช่วยสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์ตลอดทั้งห่วงโซ่ ในขณะเดียวกันลดผลกระทบต่อระบบนิเวศน์และสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง วัฏจักรของพลาสติกที่มีการนำกลับมาใช้ใหม่ ใช้ซ้ำและเปลี่ยนรูปแบบการใช้งาน เป็นการสร้างคุณค่าให้แก่พลาสติกมากกว่าการใช้งานเพียงครั้งเดียว

ในอีก 12 เดือนข้างหน้า เราจะสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะสั้นด้วยการลดต้นทุนการดำเนินงาน และในระยะกลาง เราคาดว่าจะสามารถทำกำไรได้เพิ่มขึ้นจากปัจจัยภายในมากกว่าปัจจัยภายนอก เรามุ่งมั่นและคาดหวังที่จะเพิ่มมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้นและลูกค้าในระยะยาว รวมทั้งเพิ่มโอกาสให้พนักงานจากความพยายามในการเป็นผู้นำด้านต้นทุนในตลาดและภูมิภาคที่ดึงดูดและน่าสนใจ

เราเผชิญกับสภาพเศรษฐกิจที่สับสนวุ่นวาย และผมขอชื่นชมทีมงานไอวีแอลในการดำเนินงานที่ยอดเยี่ยม เพื่อนำพาบริษัทฯ ให้ก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาดังกล่าว ความทุ่มเทและการทำงานอย่างหนัก ไม่เพียงแต่จะช่วยให้เรารักษาสถานภาพในปัจจุบัน แต่ยังช่วยให้เราก้าวขึ้นสู่ความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม

เราจะยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่องในเส้นทางนี้


อาลก โลเฮีย
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทฯ