เส้นใย
กลุ่มธุรกิจเส้นใยและเส้นด้ายของอินโดรามา เวนเจอร์สมีการดำเนินธุรกิจระดับสากลและเป็นผู้ผลิตเส้นใยโพลีโอเลฟินส์ โพลีเอสเตอร์และเม็ดชิพ

อินโดรามา เวนเจอร์สผลิตสินค้ามากมายกว่า 200 ชนิดและเป็นเพียงไม่กี่บริษัทที่ดำเนินธุรกิจแบบครบวงจร ครอบคลุมในผลิตภัณฑ์หลักๆ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์นันวูเว่น ผลิตภัณฑ์สิ่งทอเพื่อที่อยู่อาศัย สิ่งทอด้านเทคนิค อุตสาหกรรมยานยนต์และเครื่องนุ่งห่ม

การเติบโตของกลุ่มธุรกิจเส้นใยมีรากฐานมาจากการเข้าซื้อสินทรัพย์ด้อยมาตรฐาน (Distressed Assets) ส่งผลให้บริษัทสามารถขยายขนาดกิจการและเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ บริษัทฯเข้าสู่ธุรกิจโพลีเอสเตอร์ในปี 2540 ในประเทศไทยด้วยการเข้าซื้อกิจการบริษัท อินโด โพลี จำกัด (เดิมคือ บริษัท สยาม โพลีเอสเตอร์ จำกัด) โดยสามารถสร้างกำไรได้ในระยะเวลาอันสั้นหลังจากการเข้าซื้อกิจการ ในปี 2551 บริษัทฯได้เข้าซื้อกิจการจากบมจ.ทุนเท็กซ์ (ประเทศไทย) ผู้ผลิตเส้นใยโพลีเอสเตอร์รายใหญ่ที่สุดของไทย ซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท อินโดรามา โพลีเอสเตอร์ อินดัสตรี ในช่วงเวลาที่เข้าซื้อกิจการ บริษัทฯดังกล่าวไม่ได้ประกอบดำเนินการใดๆ แต่ภายในปีเดียวกันหลังจากเข้าซื้อกิจการ บริษัทฯเริ่มการผลิตอีกครั้ง ปัจจุบันเราเป็นผู้ผลิตเส้นใยโพลีเอสเตอร์รายใหญ่ที่สุดในประเทศไทยด้วยกำลังการผลิต 244,800 ตันต่อปี

บริษัทฯเข้าสู่ธุรกิจเส้นใยโพลีโอเลฟินส์ในเดือนมกราคมปี 2555 จากการเข้าซื้อกิจการ FiberVisions ซึ่งมีการดำเนินธุรกิจในภูมิภาคอเมริกาเหนือ ยุโรปและเอเชีย FiberVisions เป็นผู้นำอุตสาหกรรมเส้นใยนันวูเว่นสำหรับผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัยและเป็นผู้ผลิตเส้นใยชนิด mono-component และเส้นใยผสม (bi-component fibers) สำหรับการใช้งานที่หลากหลาย โดยมีลูกค้าหลักในกลุ่มผลิตภัณฑ์สินค้าอุปโภคบริโภคที่มีตราสินค้าที่มีชื่อเสียงทั่วโลก

กลุ่มธุรกิจเส้นใยและเส้นด้ายของเราได้รับการยอมรับในเรื่องความน่าเชื่อถือในการผลิต คุณภาพของผลิตภัณฑ์ การใช้เทคโนโลยีและกระบวนการผลิตที่ดี่ที่สุดรวมถึงทีมงานที่มีประสบการณ์และเป็นมืออาชีพ บริษัทฯให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์ที่เข้มแข็งและยาวนานกับลูกค้า โดยไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาการบริการและขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความได้เปรียบในด้านขนาดและเพิ่มกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า

เนื่องจากธุรกิจนี้เป็นธุรกิจแรกเริ่มของตระกูลโลเฮีย จึงมีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ภายในองค์กรระหว่างผู้เชี่ยวชาญและผู้มีประสบการณ์ในธุรกิจนี้ มีการเปรียบเทียบและแลกเปลี่ยนความรู้ภายในกลุ่มบริษัทฯ ทำให้เราสามารถสร้างมูลค่าสูงสุดแก่กลุ่มธุรกิจนี้