ข่าวประชาสัมพันธ์
อินโดรามา เวนเจอร์ส รายงานกำไรหลักสุทธิ 110 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 31% YoY
9 สิงหาคม 2560
  • กำไรหลักต่อหุ้น 0.73 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 30% จากไตรมาสที่ 2 ปี 2559
  • ทำสถิติใหม่ กำไรหลักก่อนหักดอกเบี้ย ภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (Core EBITDA) สิบสองเดือนสิ้นสุดไตรมาสที่ 2 ปี 2560 อยู่ที่ 239 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 33% 
  • เสร็จสิ้นการเข้าซื้อกิจการบริษัท Glanzstoff ขยายการเติบโตในกลุ่มยานยนต์และความกว้างของผลิตภัณฑ์
  • เสร็จสิ้นโครงการขยายกำลังการผลิต PTA ในเมืองร็อตเตอร์ดัม
 
กรุงเทพฯ – ประเทศไทย – 9 สิงหาคม 2560 – บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ ไอวีแอล ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ระดับโลก รายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ปี 2560
 
บริษัทฯ รายงานรายได้รวม  2,089 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ปี 2560 แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากการปิดซ่อมบำรุงโรงงานตามแผนในไตรมาสที่ 2 ปี 2560 ส่งผลให้ปริมาณการผลิตในไตรมาสนี้ลดลง 4%   อยู่ที่ 2,223 ล้านตัน กำไรหลักก่อนหักดอกเบี้ย ภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (Core EBITDA) เพิ่มขึ้น 9% อยู่ที่ 239 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นผลจากการลงทุนอย่างรอบคอบในธุรกิจผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม (HVA) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีกำไรสูง การบูรณาการไปยังวัตถุดิบหลักในตลาดที่อุปสงค์และอุปทานมีความสมดุล และการลงทุนในภูมิภาคหลักในเวลาที่เหมาะสม กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน เพิ่มขึ้นร้อยละ 87 เมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน อยู่ที่ 286 ล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะที่อัตรากำไรแบบควบรวมของอุตสาหกรรม สิบสองเดือนสิ้นสุดไตรมาสที่ 2 ปี 2560 มีความแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับแนวโน้มการลดลงของตัวเลขดังกล่าวที่เกิดขึ้นในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
 
นายอาลก โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส กล่าว “ไอวีแอลแสดงให้เห็นถึงการวางกลยุทธ์อย่างรอบคอบ ผลการดำเนินงานโดยรวมที่แข็งแกร่ง เป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จของไอวีแอลในการสร้างการเติบโตด้านขนาดและความหลากหลายทั้งในด้านภูมิภาคในการดำเนินธุรกิจและผลิตภัณฑ์”
 
“ปัจจุบันไอวีแอลมีรายได้จากผลิตภัณฑ์ HVA ต่อปีราว 3 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีผลิตภัณฑ์หลายประเภทเพื่อรองรับการใช้งานที่แตกต่าง ซึ่งในแต่ละตลาดมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง อยู่ที่ประมาณ 7% YoY ตลาดยานยนต์เป็นตลาดหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตในกลุ่มผลิตภัณฑ์ HVA ของไอวีแอล  ประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างมากในปัจจุบัน การเข้าซื้อกิจการบริษัท Glanzstoff ซึ่งได้ประกาศไปล่าสุดนั้น ประกอบด้วยโรงงานสร้างใหม่ในมณฑลซานตง ประเทศจีน รวมถึงโครงการขยายการผลิตของโรงงาน Performance Fibers ในเมืองไคปิง ประเทศจีน ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงครึ่งแรกของปี 2561 ส่งผลให้ไอลีแอลสามารถให้บริการลูกค้าได้มากยิ่งขึ้นจากความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มยานยนต์ที่เพิ่มขึ้น”
 
โครงการขยายกำลังการผลิต PTA ของโรงงานในเมืองร็อตเตอร์ดัม เสร็จสิ้นการปรับแต่งระบบครั้งสุดท้ายและเริ่มการผลิตเรียบร้อย โดยจะส่งผลต่อรายได้ในไตรมาสที่ 3 ปีนี้ โรงงานแห่งนี้นับเป็นโรงงานที่มีการบูรณาการระหว่าง PET และ PTA ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในยุโรป ในขณะเดียวกันบริษัทฯ คาดว่า โครงการก๊าซแครกเกอร์ในสหรัฐ กำลังการผลิต 440,000 ตันต่อปี จะแล้วเสร็จในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งกว่าร้อยละ 90 ของผลผลิตที่ได้จากโรงงาน ถูกนำไปใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับโรงงานผลิต EO/EG ของบริษัทฯ ในรัฐเท็กซัส ทำให้เกิดการบูรณาการเพิ่มเติม ไอวีแอลจึงได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จากการบูรณาการแบบครบวงจร รวมถึงการเพิ่มขึ้นของผลตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุน
           
นายอาลก กล่าวถึงภาพรวมปี 2560 ว่า “จากการดำเนินงานที่ดีในช่วงครึ่งแรกของปี เรามั่นใจว่า ผลการดำเนินงานในปีนี้จะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้และอยู่ในตำแหน่งที่ดีในการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ผลิตภัณฑ์ HVA ประกอบกับแรงหนุนจากปริมาณการผลิตและกำไรที่เพิ่มขึ้น รวมถึงโครงการเพื่อความเป็นเลิศด้านการปฏิบัติงานที่เกิดขึ้นในช่วงปีนี้ คาดว่าจะส่งผลให้กำไรมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง”
 
“ผมมั่นใจว่า การปรับเปลี่ยนธุรกิจที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับขนาดและการเป็นเจ้าของสินทรัพย์ที่ดีที่สุด จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของกำไรอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันมอบโอกาสให้แก่ผู้ถือหุ้นในการมีส่วนร่วมในการสร้างมูลค่าเพิ่มขององค์กร” นายอาลก กล่าวสรุป